สวัสดีค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
หายไปหลายวัน
ยังมีชีวิตราบรื่นในเจแปนอยู่ค่ะ
พายุหมายเลข6กระหน่ำเจแปน บ้านนางสุโดว์ไม่สะทกสะท้านค่ะ
(ญี่ปุ่น พายุเข้าตลอดทั้งปี เขาเลยไม่ตั้งชื่อค่ะ จำไม่ได้ เรียงเป็นเลขเลย ง่ายดี)
เนื่องจาก…ตอน ป.4 ไม่ตั้งใจเรียนวิชาคอมพิวเตอร์
และนิสัยเวลาทำข้อสอบ... แปลไม่ได้ อ่านไม่ออก ไม่เข้าใจ จิ้มมั่วไว้ก่อน
เวปของนางสุโดว์เลยไปสู่สุคติเรียบร้อย
ตอนแรกก็จุดธูปเรียกมันกลับมาอ่ะนะ
ตอนนี้จุดธูปขอให้มันกลับมาเกิดใหม่อยู่ด้วยกันอีกเถอะนะ ทำเวปมันยากจริงๆนางสุโดว์ถนัดพิมพ์นินทาชาวบ้านอย่างเดียวนะ
เฮ้อออออ ช่างมันค่ะ
โพสมาหลายๆโพสมากแร้น หลายคนอาจจะสงสัย นางสุโดว์มันเป็นใครกันฟะ
นางสุโดว์ เกิดที่บางพลัด กรุงเทพแดนสวรรค์
ฝนตกหนักก็น้ำท่วมกับเขาบ้าง เป็นเทรนด์ครึ่งขา บ่นมากไม่ได้เพราะฐานะอย่างเรามิได้อาศัยอยู่บนดอย
(ไม่น่าเสียเงินค่ามอไซด์9บาทไปเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เลย เซ็งเห็ดมาก)
(เซ็งเห็ด เป็นอาการขั้นกว่าของ เซ็งเป็ด)
ชื่อเล่นชื่อ "แนน"
ชาวเจแปนนีสเรียกว่า "นัน"
ตะโกนเรียกกันก็ออกเสียงเป็น "น่านนนนนนนนน"
ไม่ค่อยหันค่ะ ไม่คิดว่านั่นคือชื่อตัวเอง
เป็นลูกครึ่งค่ะ
ครึ่งพุทธ ครึ่งคริสต์ แม่เป็นพุทธ พ่อเป็นคริสต์ ตอนเช้าตักบาตร วันอาทิตย์ไปโบสถ์ค่ะ
(พวกเคร่งศาสนาห้ามบ่นนะคะ ทำดีทำไร อยู่ที่ใจค่ะ)
อายุ…เยอะแล้วค่ะ แต่ยังแทนตัวเองว่า"วัยรุ่น"อยู่ เพราะใจยังว้าวุ่นค่ะ
เอาเป็นว่า...
งืมมม
ยกตัวอย่างเช่น
"คู่กรรม"
โกโบริในดวงใจของนางสุโดว์ ไม่ใช่พี่ณเดช คิโนคุนิยะ
(มันนามสกุลไรฟะ จำได้รางๆว่าเหมือนร้านหนังสือ)
แต่เป็น พี่เบิร์ด แบบเบิร์ดเบิร์ดค่ะ
ฉากแต่งงานกับอังคุลีมาล เอ้ยยยย องคุลีมาล เอ้ยยยยย อังศุมาลิน ไม่ยิ่งใหญ่เท่าพี่ณเดช
เรื่องคู่กรรมช่างมันไปค่ะ มันนานมากแระ
นางสุโดว์เรียนจบมหาลัยรัฐบาล ทำงานรับใช้ชีพตัวเอง1ปี แล้วก็ไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ
เรียนจบแล้วก็ทำงานรับใช้ชีพตัวเองอยู่ที่ญี่ปุ่น1ปี
แม่งงงง ใช้งานกูคุ้มมาก ใช้งานกูตั้งแต่10โมงเช้าถึง10โมงเช้าอีก2วัน
(แปลว่าไม่ได้กลับบ้านกลับช่อง2คืน นอนกันหน้าโต๊ะทำงาน)
นางสุโดว์เลยเห็นแก่ชีวิตตนเอง ลุกออกจากที่นั่ง สับขาไปเคาะประตูห้องเจ้าของบริษัท
"ดิฉันรักเจแปน ชื่นชมความสวยงามของซากุระ บ้านเมืองสวยงาม เทคโนโลจี้ล้ำเลิศ แต่... ไม่อยากตายที่เจแปน...กู...กลับไทยหละนะ"
แล้วก็โบกเครื่องบินกลับมาตั้งหลักที่ไทยแลนด์ใหม่อีกรอบ
บังเอิ๊ญญญญญ บังเอิญ มีคนชวนไปแต่งงานด้วย
เลยกลับมาญี่ปุ่นใหม่อีกรอบ
.
.
.
อธิบายเร็วไปไหมคะ? ยังตามทันนะคะ
สรุปค่ะ "ตามผู้ชายกลับมาที่ญี่ปุ่นใหม่ค่ะ"
ครอบครัวของนางสุโดว์ตอนนี้มี สามี1คน (ถ้ามี2คนเมื่อไหร่จะมารีบอวดเลยนะคะ ตอนนี้1ไปก่อนค่ะ)
แล้วก็ลูกสาว1คน เพิ่งคลอดเมื่อปีที่แล้วค่ะ ตอนนี้..ร่าเริงดี ร้องลั่นบ้าน พูดภาษาไทยด้วยก็ไม่หยุดร้อง พูดภาษาญี่ปุ่นด้วยก็ไม่หยุดร้อง เลยไม่รู้จะคุยกันภาษาอะไรดีค่ะ
ใครกำลังสงสัย"ป้าแมรี่"เป็นใคร มีชีวิตอยู่ช่วงเวลาไหน????
จัดให้ค่ะ อยากแนะนำให้รู้จักกันเหมือนกันค่ะ
ครอบครัวของสามี
(สามีชื่อโทโมะฮิโระ)
(โค้ดเนม "เฮีย")
ครอบครัวของเฮีย มี พ่อ แม่ พี่สาว แล้วก็ เฮีย เป็นลูกคนสุดท้องค่ะ
แต่ตามระบบใจใจของเจแปน ลูกชายคนโต ต้องเลี้ยงพ่อแม่ค่ะ
นางสุโดว์แต่งกับเฮีย อนาคตนางสุโดว์ต้องเลี้ยงพ่อแม่เฮียค่ะ
พ่อของเฮีย เป็นคนมีระบบระเบียบ เข้มงวด เข้มมาก ไม่ผสมน้ำเลย เข้มสุดๆ หน้าที่การงานเป็นหัวหน้าองค์กรใหญ่ม๊าก เงินเดือนหลายล้านเยน
เฮียเคยเล่าให้ฟังว่า วันที่เจอครอบครัวเขาครั้งแรกโน้นนนนนน "พ่อบอกว่าดูเธอว์เป็นผู้หญิงอ่อนแอ"
.
.
.
.
พ่อคะ ดิฉัน "รัก" นะคะ ไม่ใช่ "รบ" นะคะ อ่อนองอ่อนแอไรฟะ
นี่กูมาอยู่ประเทศเพื่อนบ้านซัก5ปีตัวคนเดียวได้ กูฝ่าฟันความโหดร้ายของชาติมึงมาได้ หาว่ากูอ่อนแอ ตุ้ยยยยยยยยยยยยยยย
(นี่แค่คิดในใจค่ะ ไม่ได้เปล่งเสียงออกทางวาจา)
ส่วนคุณแม่ของเฮีย ตื่นเต้นม๊ากกกกกกก กลัวสะใภ้ต่างชาติจะเลี้ยงเขาได้ไม่ดีเท่าสะใภ้เจแปนนีสทั่วไป มีการย้ำถามหลายรอบว่า "แนนจัง รู้หรือป่าวว่าแต่งเข้าบ้านญี่ปุ่นเป็นอย่างไร"
.
.
.
เออน่า ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เดี๋ยวเราปรับให้มันเข้ากันได้
ส่วนป้าแมรี่ เป็นพี่สาวของพ่อค่ะ
จะให้เล่าครอบครัวของพ่อ ได้อีกหลายเอปิโฉดเลยค่ะ ไล่ตั้งแต่คนแรกเลยละกัน
พ่อมีพี่สาว3คน น้องชาย1คน
พี่สาวคนโต ชื่อ "ป้าคิโยโกะ" เป็นมาม่าซัง snack bar ในโยโกฮาม่า ชีวิตมีแต่เหล้ากับคาราโอเกะ
นางสุโดว์ก็เคยไปร้านของป้าคิโยโกะมาค่ะ
มีแค่เหล้ากับคาราโอเกะจริงๆ
ป้ามีลูกสาว1คน...ชื่อจำไม่ได้แล้ว อาชีพขายประกันค่ะ
ไม่ต้องห่วง 1ครอบครัวต้องมีคนขายประกัน เป็นเหมือนกันทั้งไทยแลนด์และเจแปนค่ะ
เจอกันวันรวมญาติทีไร ต้องส่งออร่าแรงกล้ามาตลอดว่า "ซื้อประกันกับเดี๊ยนแล้วหรือยัง"
นางสุโดว์ปฎิเสธไปเบาๆว่า "กูไม่กะตายที่นี่" เขาเลยเลิกคุยกับนางสุโดว์ไปค่ะ
ส่วนป้าคิโยโกะ ก็ไม่ใช่ย่อยนะคะ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ป้าเปลี่ยนนามสกุลค่ะ
อุ้ยยยยยย ได้ยินนี่นึกว่าแต่งงานใหม่
มิใช่นะฮะว์
ป้าไปจดทะเบียน เป็นลูกคนอื่นค่ะ
ป้า…..แก่มากแล้ว ยังจะไปจดทะเบียนเป็นลูกคนอื่น??????
ป้าหวังมรดกชัวร์ค่ะ ได้ยินแว่วๆมาว่า ร่ำรวยฟู่ฟ่าทีเดียว คงลูกค้าที่ snack bar ของป้าอ่ะค่ะ
คราวนี้ก็ลุ้นต่อว่า "ป้า" หรือ "เขาคนนั้นที่รับป้าเป็นลูก" ใครจะสิ้นชีพก่อนกันนะ
ป้าคนที่สอง "ป้า…."ลืมชื่อป้าไปแล้วค่ะ
ป้าคนนี้ ขายตรงค่ะ
ไม่ต้องห่วง ทุกชาติต้องมีญาติขายตรงค่ะ เครื่องสำอาง ลดความอ้วน ป้าจัดมาครบทุกครั้งวันรวมญาติค่ะ
ป้าพยายามสบตา ส่งสายตาให้กันปิ้งๆทุกครั้ง เนียนมานั่งข้างๆบ่อย
นางสุโดว์เลยต้องปฎิเสธไปเบาๆอีกรอบว่า "กูใช้มาดามเฮงอยู่ สบู่แม่งดีเว่อร์ มึงจะลองใช้ไหม เดี๋ยวจัดชุดใหญ่ให้ได้นะ"
ตั้งแต่นั้น ป้าก็ไม่คุยกับนางสุโดว์อีกเลยค่ะ
ป้าคนที่สาม มาแล้วค่ะ ดาวเด่นของเรา "ป้าแมรี่"
ชื่อจริง "มาริ"
ชื่อเล่น มาริจัง
(ชื่อเล่นยาวกว่าชื่อจริงอีก กูละเบื่อ)
โค้ดเนม "ป้าแมรี่"
ป้าแมรี่ สนิทกับครอบครัวสุโดว์มากที่สุด เพราะป้าเลี้ยงพี่สาวและเฮียมา เรียกว่าเป็นแม่บุญธรรมได้เลยค่ะ วันที่ป้ารู้ว่าเฮียจะแต่งงานกับนางสุโดว์ ป้าคัดค้านสุดใจค่ะ
ป้าบอกว่า "เธอจะไม่มีทางมีความสุขกับการแต่งงานครั้งนี้!!!!" โอ้ยอย่างกับละครน้ำเน่า
"แต่งงานกับคนฟิลิปปินส์ ระวังโดนฆ่าหรอก" พอฟังเหตุผลป้า เบื่อทันที
เมื่อก่อน มีจริง คดีแบบ แต่งงานกับชาวฟิลิปปินส์แล้วก็โดนฆ่าหมกบ้านชิ่งเอาเงินไป หรือไม่ก็แต่งเพื่อเอาวีซ่า เดี๋ยวนี้ก็ยังมี แต่นั่น "ฟิลิปปินส์"ไง ป้า….คิดว่า ไทยแลนด์คือฟิลิปปินส์
เบื่อมะ ต้องพากันไปเรียนวิชารอบโลกอีกรอบ
เมื่อก่อนป้าทำร้านเหล้าอยู่กับสามีเหมือนกัน สามีเป็นเชฟญี่ปุ่นชื่อดังแถบๆโยโกฮาม่า
แต่ร้านไปไม่รอด ปิดร้านหนีหนี้บิลค่าเหล้าเหมือนกัน
ตอนนี้เปิดร้านอยู่ที่ "คามากุระ" ใช้ชื่อคนอื่นเปิด เจ้าหนี้คงเบื่อที่จะตามหาแล้ว
ร้านนี้ไม่ธรรมดา ตอนที่นางสุโดว์ไปเจอป้าแมรี่เป็นครั้งแรกก่อนแต่งงาน
ป้า จัดชุดใหญ่ให้ ป้าเสิร์ฟ "เนื้อปลาวาฬ"
สามีป้า (ชื่อยัดจัง) บอก วันนี้ได้เนื้อดีมาเลย ต้องโดน
โดนกันไป แบบไม่ผ่านความร้อนให้ด้วยค่ะ เสิร์ฟสดเนื้อปลาวาฬ
แม่ของนางสุโดว์ (โค้ดเนม พี่ยุรี คุมซอย65อยู่) เคยบอกไว้ว่าห้ามกินเนื้อวัว เป็นสัตว์ใหญ่
คราวนี้นางสุโดว์โดนสัตว์ใหญ่ม๊ากกกกกกกกกกก หวังว่าแม่คงไม่โกรธ
เนื้อแดงมาก แดงแบบไม่มีสีอื่นมาปนเลย
ตะเกียบไม้ที่คีบเนื้อนะ แดงติดมาด้วยเลย
(ไม่อยากระลึกถึงวันระทึกเหล่านั้นเลย)
จัดมาจานที่สอง "ตับปลานึ่ง"
ใครกำลังกินวิตามินน้ำมันตับปลา ไม่ต้องนะคะ ช้าไป เรากินเข้าไปเลยเร็วกว่าค่ะ
ป้าแมรี่บอกว่า นี่มันคือ "เจแปนนีส ฟัวกรา"
ไม่ฟงไม่ฟัวแล้ว รสชาติเศร้ามาก เวรี่ๆแซ่ด
จานที่สาม ไส้ปลาดอง
.
.
.
ใครอยากไปชิมอาหารญี่ปุ่นแท้ๆดั้งเดิม ติดต่อหลังไมค์ได้เลยนะคะ จัดแผนที่ให้ค่ะ
เห็นคนไทยชอบไปเที่ยวกันเองที่ญี่ปุ่น ใครโฉบไปคามากุระ ควรแวะไปทักทายป้าแมรี่นะคะ ป้าคุมซอยอยู่เช่นกันค่ะ
(ปล.ป้าแมรี่ก็เคยจะพยายามพยายามพยายาม ไปจดทะเบียนขอเป็นลูกของคนรวยๆคนนึงเหมือนกันค่ะ แต่ไม่สำเร็จ ทะเลาะกันไปซะก่อน …. วิธีรวยทางลัดของที่นี่คือจดทะเบียนเป็นลูกหรือไงนะ)
คนต่อไป น้องชายพ่อ "ฮิเดโทชิ"
เป็นคนเดียวที่ได้เรียนมหาวิทยาลัย พ่อของเฮียเป็นคนทำงานส่งค่าเรียนให้ค่ะ
แต่…แต่งงานเข้าบ้านผู้หญิง เปลี่ยนนามสกุลเสร็จเรียบร้อยเลย
บ้านผู้หญิงรวยค่ะ ตระกูลคุณหมอ
มีลูกสาวสองคน เรียนหมอ กับเรียนเภสัช
ปัจจุบัน ไม่คุยกับลุงฮิเดโทชิค่ะ เพราะคิดว่า เงินทั้งหมดที่ใช้อยู่นี่เป็นเงินฝั่งบ้านแม่
โอ้ยยย บ้านนี้ก็ดราม่าอย่างกับละครน้ำเน่าอีกครอบครัว
จบการแนะนำ(ตัวละคร)ฝั่งครอบครัวสุโดว์ค่ะ
คราวหน้ามาต่อครอบครัวฝั่งแม่ของเฮียนะคะ