Thursday, February 20, 2014

ญี่ปุ่น คิดได้ไง vol.2


เมื่อวานเพิ่งจะแซ่บ vol.1 ไป
วันนี้ทันที vol.2 
ช่วงนี้อึดอัด ต้องการประโยคบอกเล่ามากเป็นพิเศษ

เมื่อวานดูทีวี
นักวิจัยชาติ...ใตในโลกนี่แหละ วิจัยออกมาแล้วว่า
"ครอบครัวที่ ภริยาร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใส สามีทำงานมากกว่า50ชม.ต่อสัปดาห์"
(กรณีที่ตัวเมียเป็นแม่บ้านนะ)
เยอะหรือน้อย ไม่ทราบแน่ชัด
นับเวลาทำงานนะ ไม่ได้นับเวลาออกจากบ้าน
สาเหตุ อาจเป็นเพราะ เวลาสามีอยู่บ้าน HEเกะกะ จะทำความสะอาดHEก็นั่งอืดอยู่ที่โซฟาหน้าทีวี
เดินผ่านก็บ่นว่าบังทีวี จะทำกับข้าวก็สั่งเยอะเหลือเกิน ไม่มีไอ้นี้หรือ ไม่มีไอ้นั้นหรอ ไรงี้
(ทีวีมันบอกมานะ ไม่ใช่ประสบการณ์ตรงของนางสุโดว์)
สรุปง่ายๆ ถ้าทำงานน้อยกว่า50ชม. เจอหน้ากันนานไป เมียเบื่อ

แต่วันนี้จะมาเล่าเรื่อง...MANUAL ของชาวเจแปนนีส
ประเทศญี่ปุ่นถือว่า หนังสือคู่มือ วิธีปฎิบัติ ข้อกำหนดต่างๆ พระเจ้ามากมาย
ก่อนทำงาน จะมีฝึกอบรม ซ้อม สอบ เทส เทสก่อนเทสจริง เทสจริง เทสหลังเทส เทสก่อนไปทำงานจริง มึงจะเทสทำเทสอะไร
ก่อนเริ่มงานแต่ละวันก็จะมีสรุปงาน บรีฟงาน เมื่อวานเป็นอย่างไร วันนี้เป็นอย่างไร พรุ่งนี้เอาไงกับพวกมึงดี
คนญี่ปุ่นเองก็ยอมรับนะ ว่า we love manual มากมาย
โทโมะยังบอกเลย คนญี่ปุ่น บ้าMANUAL

เมื่อวันก่อน ไปซื้อแก้วSTARBUCKS
แก้วลายซากูระ
(ฮิตนะ ขายดีนะ ใครอยากได้ติดต่อหลังไมค์ด่วนนะ หมดเร็วนะ อินเทรนด์นะ)
ใครเคยซื้อของที่ญี่ปุ่นจะรู้ พนักงานชวนคุยเหลือเกิน
นันทิชาซื้อแก้วไป4ใบ
พนักงาน - ไม่ทราบว่าซื้อใช้เองหรือเป็นของขวัญคะ
นันทิชา - ของขวัญค่ะ
พนักงาน - ทั้ง 4 ใบ ห่อรวมกันหรือห่อแยกดีคะ
นันทิชา - แยกค่ะ
พนักงาน - แยกเดี่ยวๆทั้ง4ใบเลยนะคะ
นันทิชา - ค่ะๆ
พนักงาน - ใช้เวลาในการห่อสักครู่นะคะ ไม่ทราบว่าจะไปช๊อปปิ้งอย่างอื่นก่อนไหมคะ
นันทิชา - ค่อนข้างรีบนะคะ ใช้เวลานานไหมคะ
พนักงานเริ่มทำหน้างง - เอ่อออออ ประมาณ 10นาทีค่ะ
นันทิชา - งั้นห่อแค่กันกระแทก ไม่ให้มันแตกก็พอค่ะ
พนักงานงงกว่าเดิม นี่ยังไม่ทันถามเลยว่าจะผูกโบว์สีอะไรดี โดนให้ห่อกันกระแทกอย่างเดียว
พนักงานวิ่งงงงงไปถามหัวหน้า เอาไงดี ใส่ถุงลายอะไรดี
พนักกงานเดินมาถามอีก - ใส่ถุงกระดาษแยกแต่ละใบเลยไหมคะ หรือว่าใส่รวม
นันทิชา - แยกค่ะ
พนักงาน - เชิญนั่งรอได้นะคะ
นันทิชา - ไม่เป็นไรค่ะ (กดดันมัน)
พนักงาน - ไม่ทราบว่า ทราบวิธีใช้แก้วกับคูปองของ STARBUCKSหรือยังคะ
นันทิชา - (ที่จริงกูไม่ทราบหรอก แต่กูรีบ) รู้แล้วค่ะ
พนักงาน - งั้นขออณุญาตเปิดฝากแก้วใส่คูปองลงไปในแก้วเลยนะคะ
(นี่ผ่านมาจะครบ10แล้ว มึงยังไม่ห่ออะไรเรยยยยยยยยย)
แล้วก็เดินมาเสิร์ฟกาแฟฟรี1แก้วเล็ก
พนักงาน - เชิญดื่มรอได้นะคะ เป็นกาแฟเมนูใหม่ เม็ดกาแฟจาก โน่นนี่นั่น หอมมากเลยค่ะ
.
.
.
สรุปรอไป15นาที ฟังมันอธิบายอีกว่าถุงไหนใบไหนอีก3นาที
ห่อมาอย่างสวยงาม มีโบว์ติดเรียบร้อย
(นี่ขนาดขอแค่ห่อกันกระแทกอย่างเดียว)
ทำไม่ได้ หัวหน้าไม่บอกผ่าน

ถ้าใครเคยขึ้นรถไฟที่เจแปน ยิ่งเป็นพวกชินกันเซ็ง จะได้เห็นแน่นอน
พนักงานยืนชี้หน้าชี้หลังแถมพูดอะไรของมัน "ด้านหน้า เรียบร้อย"
"ด้านหลังเรียบร้อย"
"เตรียมตัวออกรถ"
"ออกรถเรียบร้อย"
หลังรถไฟไปแล้วมันยังต้องชี้ต่อ
"ชานชลา เรียบร้อย"
อะไรพวกนี้
แต่อันนี้ก็น่าMANUALเคร่งครัดนะ เพราะถ้าเกิดพลาดอะไรไปเสียหายยับเยิน
รถไฟ ขาดไป1ขบวน ประเทศญี่ปุ่นสั่นกระเทือนโดยไม่ต้องเกิดแผ่นดินไหว
เมื่อเดิอนมกราคมที่ผ่านมา
(ไม่เกี่ยวอะไรกับ MANUALอ่ะนะ)
กล้องวงจรปิดถ่ายมาได้ เกิดอุบัติเหต รถยนตร์เล็กชนกับรถไฟ กระจุย
คือ รถจอดติดรถไฟผ่าน (ไอ้ที่กั้นก็เลื่อนลงมา รถก็จอดเรียบร้อย)
แต่อยู่ดีๆ รถแม่งขยับ
ช้าๆ
ช้าๆ
เรื่อยๆ
ไหล
ชนที่กั้น
เข้าไปในราง จังหวะเดียวกับรถไฟผ่านพอดี๊พอดี
(นี่แค่รถไฟธรรมดา ไม่เร็วสูง)
กระจุย รถยนตร์เละ
แต่เอ๊ะ ทำไมไม่มีคนขับ
สรุป
ป้านางนึง จอดติดรถไฟ เลยลงรถไปเอาจดหมายหย่อนตู้ไปรษณีย์ หันมาอีกทีรถชนกับรถไฟเรียบร้อยแล้ว
เธออ้างว่าดึงเบรคมือแล้วนะ แต่รถไหลไปเอง
(เดาว่าเธอคงลืม)
สรุปวันนั้น รถไฟหยุดไป5ชม.
หยุดแค่5ชม. มีคนติดที่สถานีต่างๆ (ตามเส้นที่รถไฟสายนั้นวิ่ง) 9หมื่นคนเองป้า
แป๊ปเดียว 9หมื่นคนเองป้า
ไม่รู้ว่าตอนนี้ป้าโดนสาปแช่งไปถึงไหนแล้ว

เรื่องรถไฟปล่อยมันไป กลับมาเรื่อง MANUAL ต่อ

เมื่อก่อนโน้น สมัยยังไม่ได้เป็นนางสุโดว์
นางสาวนันทิชา เคยไปทำงานที่ universal studio japan
ใฝ่ฝันมาก สนุกแน่นอน ทำงานในสวนสนุก ไม่สนุกแล้วคงไม่เรียกว่าสวนสนุกแน่นอน
วันแรกไป ป๊าปปปป นั่งเรียนวิธี ใส่เครื่องแบบให้ถูกต้อง ตรวจเล็บ เล็บยาวมึงบาป
แต่หน้าห้ามเข้ม ขนตาห้ามปลอม
ข้อห้ามมันเยอะ
ห้ามถือกล้องของลูกค้า ถ้ามิได้รับอณุญาต
(แน่ซิวะ อยู่ดีๆจะเดินไปหยิบกล้องใครมาถ่ายหรือไงวะ แสรด)
ถ้ามีลูกค้ามาขอให้ถ่ายรูปให้ ให้รับกล้องทีละเครื่องเท่านั้น
(แบบมาเป็นแก๊งซ์ ถ่ายกล้องนี้ด้วย กล้องนี้ด้วย กล้องนี้ด้วยนะคะเพ่ ไรพวกนี้ ห้ามเด็ดขาด)
เหตุผลคือ "เดี๋ยวกล้องพัง"
ห้ามสัมผัสกระเป๋า และข้าวของเครื่องใช้ของลูกค้าเด็ดขาด
(เดี๋ยวของข้างในหาย แล้วจะโดนด่า)
ห้ามแตะต้องตัวลูกค้าเด็ดขาด
ห้ามนั่ง ห้ามยืนพักขา
เมื่อเสร็จงาน ออกจากUSJ แล้ว ห้ามเอาเครื่องแบบออกจากUSJ 
ห้ามมีสัญลักษณ์อะไรที่บ่งบอกว่าทำงานอยู่ใน USJ เด็ดขาด
(บางที พนักงานก็มีลืม ติดเข็มกลัดUSJ ออกมาบ้าง)
มึงห้ามกูทำงานกับมึงเลยดีกว่า
(ที่จริงห้ามเยอะกว่านี้ แต่...อ่านไม่ออก เลยเลยตามเลยไป)

แต่ Tokyo Disney resort ไม่เป็นนะ
เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับ "ความสำเร็จแบบดีสนี่ย์" เขียนไว้ว่า ในดีสนี่ย์ ไม่ค่อยมี MANUAL เท่าไหร่
เลยทำให้ ถามพนักงานคนไหนๆก็สามารถได้ข้อมูลเกี่ยวกับดีสนี่ย์ 
(แบบ พนักงานรักในหน้าที่และรักดีสนี่ย์ มากมาย ข้อมูลมาจากใจ ไม่ใช่ท่องจำ)

ก็เลยนึกมาถึงข่าว(ไม่ดัง)อยู่ช่วงนึง
ว่าสมัยนี้ วิชาวิทยาศาสตร์ คุณครูไม่ค่อยให้ทดลองจริง อ่านตามหนังสือแล้วให้เด็กจินตนาการเอา
(เหมือนการศึกษาไทยบางโรงเรียนนะ เรียนในห้องทดลองจริง แต่ไม่เคยจะได้จุดตะเกียงแอลกอฮอล์)
คนญี่ปุ่นรับไม่ได้สุดๆ ไม่ทดลองแล้วเด็กมันจะรู้เรื่องได้อย่างไร คุณครูมาอธิบายหน่อยเด๊ะ
คือ
ช่วงหลังๆมานี่ พวกปัญหา ถูกเนื้อต้องตัว ความปลอดภัยในโรงเรียน มันมีเยอะ
บางโรงเรียนออกกฎมาว่า ห้ามคุณครูเรียกชื่อเล่นนักเรียน ไม่ก็ห้ามลงท้าย "คุง" "จัง" ไรพวกนี้
เพราะ...ทำให้เกิดการแบ่งแยกว่าใครสนิทกับคุณครู แล้วนักเรียนคนอื่น ไม่ใช่นักเรียนของคุณหรือไง ทำไมคุณแบ่งแยก2มาครฐาน
อะไรทำนองนี้
มันก็จะเกิด "คู่มือ"การเป็นคุณครู
(มีใช้จริงนะ)
เขียนละเอียดมาก
เช่น
ก่อนทำการทดลองวิทยาศาสตร์ ต้องตรวจเช็คอุปกรณ์ให้เรียบร้อย
ก่อนจะจุดตะเกียงแอลกอฮอล์ (ด้วยไม้ขีดอ่ะนะ)
ก่อนที่จะเอาไม้ขีด ถูกับกล่องเพื่อให้เกิดประกายไฟลุกโชดโชน โอ้เมื่อมีไฟไฟไฟลุกขึ้นแจ่มจ้า
ตรวจสอบ เช็ครอบด้าน ด้านหน้า ข้างซ้ายขวา และหลัง มีใครอยู่ใกล้เกินรัศมีเท่าไหร่ๆ 
คือ
มึงอธิบายตั้งแต่หยิบไม้ขีดออกจากกล่องเลยป่ะหละ
มันก็เลยทำให้คุณครูยุคใหม่ เครียด และเครียด
(แน่ซิวะ ไม่เขียนด้วยเลยหละ ควรหยิบไม้ขีดด้ามที่อยู่ขาวสุดของกล่องก่อนตามลำดับ)
ก็เลยขี้เกียจจะทำการทดลอง การศึกษาปัจจุบันเลยถดถอย

พวกพ่อแม่ผู้ปกครองก็เยอะ
บางโรงเรียนเริ่มกลับมาให้นักเรียนทำความสะอาดห้องน้ำ และห้องเรียน
(โรงเรียนญี่ปุ่นมีเวรทำความสะอาดห้องน้ำด้วยนะคะ ไม่ธรรมดา)
ผู้ปกครองก็โวยวาย อย่าเลย ทำไม่เป็น เดี๋ยวติดไวรัส (ช่วงโนโรไวรัสมันเป็นข่าว) ทำให้ลูกป่วย โน่นนี่นั่น
ไม่เฉพาะผู้ปกครอง
คุณครูรุ่นใหม่ เครียดอีก เพราะยุคตัวเองไม่เคยทำความสะอาดห้องน้ำ เลยทำความสะอาดไม่เป็น
ไม่รู้จะสอนนักเรียนของตัวเองอย่างไรดีในการทำความสะอาดห้องน้ำให้สะอาดกริ๊บ
มันก็เลย
มี
"คู่มือ วิธีทำความสะอาดห้องน้ำ" แจกตามโรงเรียนอีก
อยู่ประเทศนี้ มีโรงพิมพ์ ไม่น่าจะตกงาน รับพิมพ์แต่คู่มือ แม่งน่าจะพออาศัยอยู่ได้แบบไม่ขาดแคลนทรัพย์

Wednesday, February 19, 2014

ญี่ปุ่น คิดได้ไง vol.1


สวัสดีค่ะ

ข่าวหิมะถล่มเจแปน เวรี่น่ากลัว
แต่นางสุโดว์สบายดีนะคะ แถวๆที่นางสุโดว์อาศัยอยู่ หิมะไม่ตกมา20ปีแล้วค่ะ
ถึงแม้หิมะตกหนักที่สุดในรอบร้อยปี สองร้อยปีของญี่ปุ่น เขตที่นางสุโดว์อาศัยอยู่ ไม่สะทกสะท้านอะไรเรยยยยย
(อยากมีบรรยากาศขาวใสไร้สีกับเขาบ้าง)
แต่ก็ใช่ว่าจะอยู่อย่างสบาย
เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด เพราะหิมะตกหนักเว่อร์ รถวิ่งผ่านไม่ได้
ซุเปอร์ เซเว่น ร้านข้าวไม่มีอาหารเสิร์ฟนะคะ
ก็ตื่นเต้นกันไป
เมื่อวานดูข่าว ทางเขตได้ประกาศให้กักตุน เชื้อเพลิง อาหารแห้ง น้ำ ให้พออยู่ได้ เพราะเสาร์อาทิตย์นี้ มันจะมาอีกระรอก
จังหวัดอื่นเขามีข่าวหิมะตกหนัก หลังคาพัง รถที่จอดไว้เละเทะ ชาวบ้านปีนออกจากบ้านทางชั้นสอง เพราะหน้าบ้านเป็นกำแพงหิมะไปแร้น
(เหมือนตอนเราปีนออกจากบ้านตอนน้ำท่วมกรุงเทพอ่ะค่ะ เหมือนกันเด๊ะๆ ดูข่าวแล้วเฉยๆ ดิฉันเป็นผู้มีประสบการณ์)
แต่จังหวัดชิสุโอกะ จะเป็นข่าวแนวนอกเมืองนิดๆ
หิมะตกหนักสะสมสุดๆ หลังคาพัง วัวตายหลาย10ตัว
(สงสารวัว แต่ทำไม๊ทำไม ดิฉันอยู่ได้นอกเมืองขนาดเน้)

เรื่องหิมะ ช่างมัน
นางสุโดว์ตุนมาม่าไว้เพียบ ต้มยำด้วย รอดแน่นอน แต่นายสุโดว์ไม่ทราบแน่ชัด เฮียกินเผ็ดไม่ได้
ช่วงนี้นางสุโดว์ก็ป่วยๆ ท้องอืด
มันมีEPISODEของท้องอืดด้วยนะ ฟังมะๆ
เรื่องมีอยู่ว่า

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว(ก่อนหิมะตกหนัก)
เจ้านายคนเก่าของโทโมะ เขากลับมาจากไปประจำการที่อินเดีย
บริษัทสัญญาว่าไปแค่ปีเดียวพอ เดี๋ยวส่งคนอื่นไป ทำกันคนละปี ผลัดกันๆ
แต่คนที่กำหนดว่าจะไปต่อ แม่งชิ่งลาออก
เจ้านายคนเก่าของโทโมะก็โดนไป 3ปีครึ่ง
(ฟังแล้วสงสาร เพิ่งจะเริ่มผ่อนบ้าน เมียก็ต้องตามไปด้วย บ้านใหม่ก็ไม่ได้อยู่ แสร่ดมาก)
เจ้านายกลับมา ชวนโทโมะรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน1มื้อ ผัวเมียๆ
นันทิชาได้ยินอย่างงี้ รื้อชุดเครื่องเพชรด่วน เตรียมไปทำเล็บเพื่อให้สวยรับเข้ากับแหวนเพชรเลยนะ
เจ้านายเพิ่งกลับมาจากอินเดีย
แปลว่า แม่งต้องอยากกินอาหารญี่ปุ่น ออริจินัลสุดๆ ญี่ปุ่นดั้งเดิม แท้ๆ ไม่ก็แนวอาหารฝรั่งเศส อิตาลี่ เส้นๆพาสต้าๆไรพวกนี้นะ
แต่...
บริษัทนี้ ไม่ธรรมดา คนเพี้ยนๆเยอะ
เลยถามก่อนว่า "จะไปกินอาหารอะไรจ๊ะที่รัก????"
โทโมะหันกลับมาว่า "ร้านอาหารชื่อ แคชเมีย อาหาร(แกง)กะหรี่อินเดีย"
.
.
.
.
มึงไปอยู่อินเดียมา3ปีครึ่ง มึงกลับมา มึงกินอาหารอินเดียยยยยยยยยย
เก็บเครื่องเพชรด่วนเลยนะ
นี่ไปกินกะหรี่แท้ๆที่อินเดียมา3ปี กลับมาเจแปนยังจะอยากรับประทานกะหรี่อินเดีย
คุณหัวหน้าโอฮาชื
(โค้ดเนม สะพานใหญ่)
(โอฮาชิ แปลตรงๆได้ว่า สะพานใหญ่)

แต่เนื่องจาก(อดีต)หัวหน้าสั่งมา ยังไงก็ต้องไป
เสาร์ที่โน้นนนนนนน ก็ไปกินแกงกะหรี่อินเดียมา
กลับมาป่วยทั้งนางและนายสุโดว์
อร่อยนะ แต่ไม่ไปอีก
เมนูมีเยอะม๊าก แกงกะหรี่เป็น10กว่าชนิด
คุณเมียสะพานใหญ่ เปิดเมนูมา "อุ้ย นี่มันกะหรี่อินเดียภาคใต้นะคะคุณ"
.
.
.
กูเป็นคนไทย กูยังไม่รู้เลยอาหารใต้อาหารเหนือ อาหารกลาง
จะอินเดียใต้ออกตก มึงรีบๆสั่งด่วน

คุณหัวหน้าสะพานใหญ่ก็ชวนคุย "คนที่มารับเมนูเมื่อกี้ ไม่ใช่คนอินเดียนะ น่าจะปากีสถาน"
.
.
.
ชาติไรก็ช่างมันเหอะ
(แต่กลับมานึก ร้านอาหารไทยแล้วมีพม่าเสิร์ฟ ก็รู้สึกผิดประเภทนิดๆนะ)

ไม่รู้ว่านางสะพานใหญ่ อยู่ที่อินเดียจนชินหรืออะไร ใช้มือกิน ไม่ใช้ช้อน
นันทิชากับโทโมะ ได้แต่สบตากันแป๊ปๆ เอาไงดี พวกเราต้องใช้มือเหมือนเมียหัวหน้าไหมนะ
แต่นันทิชารับไม่ได้ ขอใช้ช้อนกับตะเกียบ
2ชั่วโมงกับกะหรี่อินเดีย บทสนทนาได้แก่ ร้านอาหารอินเดียร้านไหนอร่อยบ้าง ร้านไหนอินเดียแท้ ร้านไหนปากีสถานผสม
ถ้าคุยกับ2ผัวเมียนี้1วันเต็มๆ อาจจะพูดภาษาอินเดียได้โดยไม่ต้องเรียน
เมื่อกินหมดชาม หัวหน้าสะพานใหญ่ชวนไปนั่งดื่มกาแฟอีกร้าน
.
.
.
ก็เลยโดนกินพาเฟ่ ไอติมสตอเบรี่ วิปครีม เลี่ยนโคตรๆ

ก็เลยป่วยเลย
กะหรี่อินเดีย กับครีมสด...ไม่ควรทานคู่กัน
มิฉะนั้น คุณจะเลอทั้งวัน
นั่งนับแล้ว 1ชม. เลอไป20กว่าครั้ง เซทละ3ทีหรือ5ทีบ้าง
แทบจะเก็บเลอตัวเองไว้หมักหมมเป็นแก๊สหุงต้ม

คราวหน้าก็เลยกะว่าจะแก้แค้น ชวนหัวหน้าสะพานใหญ่และภริยา รับประทานอาหารไทย
กูจะสั่งใส่พริก3เม็ดทุกชามเลย คอยดู
(ว่ะฮ่ะฮ่ะ)

อ๊ะ วันนี้ไม่ได้จะนินทาหัวหน้าสะพานใหญ่

พอดี เมื่อเดือนที่แล้ว (ช่วงกลางๆมกราคม)
แถวบ้านนันทิชา เกิดโรคระบาดหนัก "โนโร วิรุสุ"
งงอ่ะเด่ะ ไวรัส ชาวเจแปนออกเสียงไม่ได้ ออกเสียงเป็น วิรุสุ
(ที่จริง เสียง V ก็ออกไม่ได้นะ ออก อุ กับ อิ เร็วๆ)
อยากจะรู้มากมายว่า ไวรัสโนโร ภาษาไทยเรียกว่าอะไร กดหาใน google เลย
wiki ต้องมีแน่นอน
.
.
.
ไม่มี
(ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามเขียนข้อความวิชาการลงwikiหรืออย่างไร เวลากดดูภาษา ไม่เคยจะมีภาษาไทย ไปเรียนภาษาเวียดนามหรือภาษาลาวยังจะเร็วกว่า ถ้ารอคนไทยมาเขียน)
ถ้าอยากรู้ว่ามันคือไวรัสอะไร searchคำนี้ "Norovirus คืออะไร" ขึ้นมาเยอะ ระบาดวิทยา
คือ ติดแล้วก็ อาเจียน ท้องเสีย ไรงี้
พอดีมันระบาดที่โรงเรียนประถมหลายโรงเรียนพร้อมกัน นักเรียนหยุดไป3ร้อยกว่าคน
โรงเรียนที่ระบาด บังคับนักเรียนกินอาหารโรงเรียน ก็เลยสืบ
ผัก....ไม่ใช่ แต่ละโรงเรียนเอาผักมาจากคนละที่
นมกล่อง!!!โดนเพ่งเล็งก่อนเลย นม แน่นอน
เอาไปตรวจ...ไม่มี
ไปเจอที่ขนมปัง
โรงงานขนมปัง คนถือขนมปังไปคืน ต่อแถวกันยาวเหยียด
ไปเจอไวรัสนี้ที่พนักงานหญิง 3 คน กับเจอที่ ประตูห้องน้ำมั้ง
(3คนนี้ อยู่แผนก เช็คขนมปัง มีการจับขนมปัง)
รายการข่าวญี่ปุ่น ไปถ่ายทำรายการที่ห้องน้ำกันยกใหญ่ ระบบห้องน้ำของโรงงานนี้ไม่ธรรมดา
ทุกอย่างอัตโนมัติ
ประตู เปิดปิดเอง
ฝาโถส้วม ไม่ต้องสัมผัส มีเซนเซอร์ ไปยืนปุ๊ป มันเปิดให้
นั่งปุ๊ป อยากจะล้างก้น ไม่ต้องๆ ฉีดน้ำให้อัตโนมัติ
ล้างมือ ไม่ต้องแตะก๊อก มีเซนเซอร์ น้ำไหลปรี๊ดๆเอง
สบู่ก็ไม่ต้องกดเอง เอามือไปอังๆ เดี๋ยวสบู่ก็ไหลออกมา
มือก็ไม่ต้องเช็ด มีลมเป่า
ด่านสุดท้าย เซนเซอร์แอลกอฮอล์ล้างมืออีกที
ถ้าทำไม่ครบขั้นตอน ประตูห้องน้ำไม่เปิดให้ออกจากส้วมนะคะ
(ระบบนี้ไม่ธรรมดา)
ใช้ระบบขนาดนี้ มือไม่ต้องแตะอะไรทั้งสิ้น ไวรัสมาติดได้อย่างไร
คาใจมากมาย

และท้ายสุดๆ วิธีแก้ปัญหา ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศน่ารัก คิดไรที่เราคิดไม่ถึง
ด่านสุดท้าย ประตูสำหรับเข้าไปในไลน์ผลิต
เป็นประตูอัตโนมัติก็จริง แต่เป็นแบบ ต้องใช้มือจิ้ม ประตูถึงจะเปิด
ติดป้ายประกาศว่า
"เรามาใช้ศอกกดกันเถอะ"
.
.
.
ง่ายมะ

บราโว่ให้กับโรงงานขนมปัง

ปล. หลังจากนั้นก็เจอร้านอาหารมีโนโรไวรัสระบาดอีก2-3แห่ง และโรงเรียนในจังหวัดอื่นอีกนิดๆหน่อยๆ
แก้ปัญหาโดย ไม่ต้องกินอาหารที่โรงเรียนทำแระ ทุกคนนำปิ่นโตมาเอง และห้ามนั่งกินด้วยกัน นั่งแยกเดี่ยว!