Thursday, January 30, 2014

กินเลี้ยงปีใหม่ ตอนป้าแมรี่กับพระเจ้า


เห็นหายไปนาน อย่านึกว่าไม่มีเรื่องป้าแมรี่มาเล่าสู่กันฟัง
เรื่องของป้าแมรี่ มีเยอะ
แต่พอดีช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา
ป้าแมรี่ไม่สบาย เป็นหวัด จามกระหน่ำ
(อาจจะไม่ใช่หวัดก็ได้ พอดีนางสุโดว์คนนี้นินทาหนักไปหน่อย)
(ป้าเลยจามกระจุย)
คนญี่ปุ่นเป็นหวัดที โลกจะแตก ป่วยหนักม๊าก
ป้าแมรี่ใส่หน้ากาก พันผ้าพันคอ ใส่หมวกไหมพรม โค้ดหนา ข้างในก็มีเสื้อไหมพรมอีก2ชั้น
.
.
.
ป้าจะไปปล้นปลาร้านไหนบอกมาก็ได้ เดี๋ยวไปซื้อให้

ได้ยินมาว่าป้าแข็งแรงดีแล้ว งั้นมานินทาป้ากันต่อดีกว่า

วันกินเลี้ยงปีใหม่
(นี่เรื่องปีใหม่ยังไม่จบนะเนี่ย เอปิโสดมันเยอะ)
ไหนจะต้องคอยตอบคำถามพิ้นบ้าน
เช่น
อาหารที่แนนจังทำ เป็นอาหารไทยหรืออาหารญี่ปุ่น
แล้วตอนนี้แนนจังทำงานอะไร
แล้วมีประกันแล้วหรือยัง
.
.
.
โผล่มาแระ ญาติขายประกัน
ไม่ว่าจะประเทศไทยหรือญี่ปุ่น ญาติซักคน มันต้องขายประกันอยู่
แต่ครอบครัวสุโดว์ไม่ธรรมดา
มีขายประกันทั้งฝั่งพ่อแล้วฝั่งแม่!!!
มาญี่ปุ่น เจอดับเบิ้ล!!
ได้แต่ปฎิเสธไปว่า ประกันกูเยอะแล้ว นี่กลัวจะโดนฆ่าเอาเงินประกันอยู่เนี่ย
เขาก็เลยเงียบไป

กลับมาเรื่องปีใหม่ต่อ
นันทิชาแพ้ฝุ่นละออง มันก็เลยคัดจมูกแล้วก็น้ำมูกไหล แล้วก็จามไม่หยุด
ขี้เกียจอธิบายว่าแพ้ฝุ่นละออกจากตัวญาติๆพวกเธอ 
(ต้องมาเห็นญาติแต่ละคนถอดเสื้อโค้ด)
(นี่เสื้อโค้ดหรือเครื่องดักฝุ่นเคลื่อนที่ยะ)
(สะบัดทีฝุ่นละอองกระจุยกระจาย)
ก็เลยหนีมายืนสั่งน้ำมูกในครัว

เข้าใจว่าป้าแมรี่เห็นนันทิชาหายหัวไปนาน
ป้าแมรี่เลยมาตามที่ห้องครัว
(ที่จริงไม่ใช่)
(น้ำแข็งหมด ป้ามาเติมน้ำแข็งต่างหาก)
ป้ารีบวิ่งมาทางนันทิชาแล้วถามว่า "ร้องไห้ทำไมแนนจัง"
แนนจัง "ป่าวค่ะ ไม่ได้ร้องไห้ สั่งน้ำมูก"
ป้าแมรี่ "แน่ใจนะ ไม่มีใครแกล้งแนนจังนะ แนนจังไม่ได้ลำบากใช่ไหม"
.
.
.
คนที่แกล้งดิฉัน ก็พี่ปลิง กับปลาไข่ แล้วก็ตัวป้าเองแหละค่ะ
อย่ามาทำใจดี เอาปลิงออกไปห่างๆได้แร้น

พอดีโทโมะมาพอดี๊พอดี เลยให้โทโมะถามวิธียื่นภาษี
(ขออธิบายเพิ่มนิดนึงว่า ภาษีอะไร)
เนื่องจากที่ญี่ปุ่น ถ้าทำงานที่บ้าน หรือแบบว่าชั้น1เป็นร้านเป็นออฟฟิศ ชั้นสองอยู่อาศัย มันสามารถยื่นเรื่องแล้วได้เงินค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟคืนเป็นกี่%ของค่าเช่าได้ ได้นิดหน่อย ไม่กี่เปอร์เซนต์ แต่นิดหน่อยก็เอานะ
พอดีป้าแมรี่ มีร้านอาหาร
(เรียกร้านอาหารอาจจะผิด เรียกร้านเหล้าดีกว่า)
พอดีป้าแมรี่ มีร้านเหล้า (สามีป้าแมรี่เป็นพ่อครัว)
เรื่องยื่นภาษีป้าแมรี่เข้าใจดี เลยปรึกษาป้าแมรี่ดีกว่า ว่ามันยื่นอย่างไร

พอถามปุ๊ป ป้าแมรี่จิบเหล้าที่เพิ่งใส่น้ำแข็งเพิ่มเมื่อตะกี้
แล้วก็หันไปถามโทโมะว่า "ยื่นทำไม"
.
.
เอ๊าาาาาาา ก็อยากได้เงินคืนอ่ะเด่ะ ถามได้
(เนื่องจากแนนจังทำงานที่บ้านนะ ค่าน้ำค่าไฟค่าอินเตอร์เนทนะ อยากได้คืนบ้างอ่ะ)
ที่จริง ปัจจุบัน มีคนขี้โกงเยอะ ที่จริงไม่ได้ทำงานอะไรที่บ้านหรอก
บิลร้านอาหารก็ใส่เป็นค่าใช้จ่าย ค่าประชุม แล้วก็ไปขอยื่นคืนกันเยอะ ประเทศใกล้จะสิ้นลมหายใจแร้น

ป้าบอกว่า ไม่ต้องห่วง ถ้าเดือดร้อนอะไร
แล้วป้าแมรี่ก็ชี้ขึ้นเพดาน
"โน้น...พระเจ้ามองเห็นเราตลอดเวลา ถ้าเราทำดี เดี๋ยวพระเจ้าก็มาช่วย ไม่ต้องยื่นภาษีคืนก็ได้"
.
.
.
โอ้ว หม่าย กร๊อด กรี๊ดดดดดดด
อยากอธิบายให้ป้าฟังเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่พูดไม่ออก
"รู้ตัวว่าทำดีไม่ทันแระ ตอนนี้ใช้บาปอยู่ข้างๆแกเนี่ย บอกวิธียื่นภาษีกูมาเถอะนะ แล้วกูจะไม่รบกวนรังควานอะไรมึงอีก"
ฟังป้าอธิบายอยู่ประมาณ10นาที
ป้าสรุปให้ว่า
"ไปถามสำนักงานเขตเอาเองนะ"
.
.
กริบ
.
.
.
ต่อไป ถ้าป้าถามอะไร จะบอกว่าให้ไปถาม"พระเจ้า" บนสวรรค์ของป้าแมรี่เองนะ
สาธุ

Wednesday, January 22, 2014

นิวเยียร์บ้านสุโดว์ วันจริง!!


เมื่อวาน...เผลอหลับ มิได้อัพเดท^^;
เจแปนมันหนาว เลยง่วงนอนเร็ว
(อ้างเยอะ ที่จริงห้องที่มีคอม มันไม่มีฮีทเตอร์)
(เปิดประตูแล้วมีไอเย็นยะเยือกออกมา)
(นึกว่าตู้เย็นเลยปิดมันไว้แล้วเข้าห้องนอนดีกว่า อุ่นๆ)

เมื่อวันก่อนที่เล่าไป มันเป็นแค่วันทำอาหาร
ที่จริงมีวันไปซื้อของทำอาหารด้วยนะเนี่ย
นี่ไม่กล้าเล่าเยอะ เกรงใจป้าแมรี่ กลัวแกจะดังกระฉ่อน
เรียงดีๆ ก็มี
1. วันซื้อผักปลา เครื่องปรุง
2. วันทำอาหาร
3. วันกิน!

วันกิน เขานัดกันบ่าย2 ป้าแมรี่โทรมาว่าถึงสถานีแล้วมารับได้เลย
ตั้งแต่เที่ยง!!
เพราะว่าป้าแมรี่อ้างว่า
"ได้ของกินอร่อยๆมา เดี๋ยวจะทำให้กินกัน"
(เมื่อวันก่อน ยังไม่หมดต้นตำหรับป้าแมรี่อีกหรือไร??)
ดิฉันและคุณสามีกำลังใส่รองเท้าขับรถออกไปรับนั้น
แม่สามีวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
"แนนจังไม่ต้องไปก็ได้มั้ง รีบแต่งหน้าดีกว่า"
.
.
สงสัยว่าทำไมต้องแต่งหน้า
สรุปใจความได้ว่า วันนี้ญาติฝั่งคุณพ่อ มากัน(เกือบ)ครบ
กลัวแนนจังจะหน้าเหี่ยว แต่งหน้าแต่งตาให้สวยปริ๊งจะดีกว่า
(แปลอีกทีได้ใจความว่า แกหน้าเยินมาก รีบไปโบ๊ะหน้าด่วน)

จากคำให้การณ์ของสามี
สามีบอกว่า ขับรถผ่านลุงป้าคู่นึง ท่าทางจะใช่ป้าแมรี่และสามีป้า
(โห... รักป้าขนาดนั้นเลย หรือไม่ก็แกขับรถช้า)
(ป่าวหรอก ลุงป้าคู่นั้น ยืนดื่มเหล้ากระป๋องอยู่ริมถนน พอเห็นรถโทโมะ เลยรีบดื่มเอื๊อกๆให้หมดกระป๋อง)
(ไม่ธรรมดา)
(เฮฮาตั้งแต่กลางวัน)

ป้ามาถึงบ้านปั๊ป ป้าจัดการเอาปลามาย่างอย่างรวดเร็ว
ปลาชื่ออะไรไม่รู้
ป้าแมรี่อธิบายว่า ปลาตัวนี้ เป็นปลาไข่ มันยังมีลูกมันเต็มท้องเลยนะ
(ปลาไข่!!)
(ป้าโหดมาก กินแม้กระทั้งสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่มีชีวิตออกมาดูโลกภายนอก)
ป้าแมรี่อธิบายลึกสุดๆถึงวิธีจับปลาตัวนี้
"ชาวประมงจะรีบจับตอนที่มันยังไม่คลอดลูกออกมา"
.

.

.
(แค่นี้กูก็รู้วะ)

ป้าแมรี่เคยบอกไว้ว่า อาหารที่กินปีใหม่ ทุกอย่างมีความหมายเป็นสิริมงคลสุดๆ
เช่น ต้องกินกุ้ง เพราะว่ากุ้งหลังมันงอ
แปลว่า เราจะแก่จนหลังงอหลังค่อมก็ยังแข็งแรงมีชีวิตยืนยาวเว่อร์แบบกุ้ง

ระหว่างที่ป้าแมรี่กลับปลาที่กำลังย่างอยู่
นันทิชาเลยถามป้าแมรี่ ปลาตัวนี้มีความหมายอะไร ทำไมถึงกินปีใหม่
.
.
ป้าแมรี่นิ่ง แล้วหันไปหยิบแก้วเหล้าบ้วยใส่น้ำแข็งเย็นเจี๊ยบ จิบ1อึก
แล้วหันมาตอบว่า
"เพราะว่า... มันอร่อย!"
สรุป ไม่มีความหมายใดๆทั้งสิ้น เพราะว่ามันจับได้ช่วงเดือนมกราคม
แค่นั้น ไม่เกี่ยวอะไรกันกับปีใหม่และสิริมงคลใดๆทั้งสิ้น
อาหารนี้เป็นเมนูของป้าแมรี่เอง


ปลาไข่ ย่างโดยป้าแมรี่ปลาไข่ ย่างโดยป้าแมรี่
ซูมท้องปลา ย่างโดยป้าแมรี่ซูมท้องปลา ย่างโดยป้าแมรี่

เนื่องจากดิฉันทำใจกับหัวใจเหล็กของป้ามิได้ เลยไม่ได้ชิมอาหารจานนี้
ได้แต่เขี่ยๆเนื้อปลากินพอเป็นพิธี ที่เหลือให้คุณสามีจัดการไป
(รสชาติ... มันก็เหมือนปลาย่างทั่วไป แยกไม่ออกปลาอะไรปลาอะไร)

กว่าจะย่างปลาเสร็จ แขกคนอื่นๆก็เริ่มมา ป้าแมรี่ก็ออกไปทักทายญาติตัวเอง
ปล่อยให้นันทิชาถ่ายรูปปลาย่างอยู่คนเดียว
แล้วป้าก็รีบวิ้งเข้ามาในครัว
ป้าลืม!! ป้ามีเมนูอีกอย่างยังไม่ได้ทำ
โห.. นี่ยังจะมีอีกหรือไร
แล้วป้าก็ควักก้อนอะไรซักอย่างออกมาจากถุงพลาสติก
จุดนี้ไม่มีรูป แต่ทุกคนหรือใครอยากรู้ว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร
ก๊อปปี้คำนี้นะ แล้วไปหาใน google นะ จิ้มที่หารูปนะ ขึ้นมาเพียบ!
ナマコ
นามาโกะ

คำอธิบายจากป้าแมรี่
"นามาโกะ" คือสิ่งมีชีวิต ที่ไม่คิดว่าจะกินได้ แต่กินได้ อาศัยอยู่ในทะเล กระดึ๊บกระดึ๊บตามพื้นทะเล
รูปร่างไม่น่ากิน แต่อร่อย รับรองแล้วจะติดใจในความอัศจรรย์ของนามาโกะจัง
(ป้าแมรี่ เอานามาโกะมาเข้าตระกูลจังด้วย เพื่อเพิ่มความน่ารักให้กับมัน)
.
.
นันทิชาเห็นป้าหั่นแล้ว
ได้แต่พยายามคิดว่า มันคือปลาหมึก รสชาติมันต้องเหมือนปลาหมึก
มันมาจากทะเล มันก็คงเป็นเพื่อนกับปลาหมึก
เฉลยนะคะ
นามาโกะ = ปลิงทะเล
โอ้ววววว กินกันแบบ ซาชิมิ ผ่านโชยุหน่อยนึงเป็นพอ คีบเข้าปากได้เลย
สีโหดมาก
ทุกคนคีบกันอย่างเมามัน
(เมาเหล้านะ)
.
.
.
นันทิชาได้แต่คีบผักข้างจานกินแก้เขิน
และได้แต่ภาวนาว่า ป้าแมรี่จะไม่ขุดเมนูมาเพิ่มอีก

สาธุ

Tuesday, January 21, 2014

นิวเยียร์ที่บ้านสุโดว์ ตอนป้าแมรี่สอนทำอาหาร


สวัสดีค่ะ

ปีใหม่ที่ผ่านมา ดิฉันได้กลับไปพักบ้านสามี เป็นเวลาเกือบอาทิตย์
ฉลองนับถอยหลังปีใหม่แบบเจแปนนีส
ที่บ้านสามีก็มีเหลือแค่ พ่อสามี แม่สามี 2คน
พี่สาวของสามี เธอว์แต่งงาน มีสามีเป็นของตัวเองเป็นเรียบร้อย
ปีใหม่ เธอว์เลยต้องกลับไปฉลองปีใหม่ที่บ้านสามีที่บ้านนอก ไกลโพ้น

ปีใหม่ญี่ปุ่น เขาจะกินโซบะข้ามปี จะเริ่มกินๆก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย แล้วก็กินข้ามปีกันไป
ตามความเชื่อโบราณ
ซึ่งดิฉันก็ถามถึงความหมายของการกินโซบะข้ามปี
(ขณะนั้นไม่มีใครตอบได้ โอ้วมายก๊อต พวกเธอว์คนญี่ปุ่นกันจริงหรือป่าว)
(ก็คงเหมือนไทย ทำไมต้องสาดน้ำกันสงกรานต์)
(ตอบไม่ได้เช่นกัน)
ก็นึกว่าจะได้นอนเล่น สบายๆ ไม่ต้องเสียค่าน้ำค่าไฟ เปิดฮีทเตอร์กันอุ่นทั้งวัน
แต่
แม่สามีกลับนึกสนุก หาไรทำปีใหม่ ไหนปีนี้ มีสะใภ้ใหม่เป็นชาวต่างด้าว
นัดรวมญาติ!! กินฉลองปีใหม่ ณ บ้านสุโดว์!!
.
.
.
ถามชาวต่างด้าวคนนี้แล้วหรือยังคะ??

มาจุดนี้ ขออธิบายเพิ่มว่าทำไมต้องบ้านหลังนี้
เนื่องจากพ่อสามี มีพี่สาว3คน ตัวเขาเป็นลูกชายคนโต
มีเรื่องอะไร ประชุมครอบครัว ปรึกษายืมเงิน กู้หนี้ ทุกอย่างจัดที่บ้านหลังนี้หมด
ซึ่งหน้าทีทำอาหารฉลองปีใหม่ ก็เป็นหน้าที่เมียๆ
มาลองนับเมียๆในบ้านหลังนี้ ได้ดังนี้
1. แม่สามี (เมียพ่อสามี)
2. ชาวต่างด้าวคนนี้
หมดแระ
เมื่อมาถึงจุดนี้ ป้าแมรี่ เลยเสนอตัวมาช่วยทำอาหารให้
อ๊ะ ใครยังไม่รู้จักป้าแมรี่ ขออธิบายความเป็นมาของป้าแมรี่คร่าวๆหน่อยนึงละกัน
ป้าแมรี่ นามจริงชื่อ มาริ
ชื่อเล่นชื่อ มาริจัง
(ชื่อเล่นแม่งยาวกว่าชื่อจริงอีก)
เนื่องจากป้าแมรี่เป็นคนที่พิธีรีตรอง วัฒนธรรม การปฎิบัติตัวในสังคม เธอว์คนนี้ชนะเลิศ ถูกต้องตามสังคมทุกอย่าง
เช่น ห้ามใส่เสื้อโค้ดในร้านอาหารตอนจะกลับ ให้ใส่นอกร้าน
เหตุผลคือ ฝุ่นจากเสื้อจะไปสะบัดปลิวลอยละลิ่วไปโดนคนอื่น
.
.
.
แสรดดดดดดด แต่กูออกไปใส่นอกร้านกูอาจหนาวตายกลายเป็นฝุ่นละอองได้

ขอจบเรื่องป้าแมรี่ไว้แค่นี้ก่อน ถ้าให้เล่าจบอาจจะได้เป็นไตรภาค นิยาย3เล่มจบ
(แถมตอนพิเศษให้ด้วยอีกเล่มนึง)
เรื่องป้าแมรี่มีให้เล่าเยอะ ไม่เบื่อ

วันเริ่มทำอาหาร ป้าแมรี่บอกว่า ป้าแมรี่จะสอนทุกกกกกกอย่าง ให้ดินฉันเป็นสะใภ้ที่ดี เป็นภริยาที่ดีของหลานรัก
ป้าแมรี่เริ่มจาก สอนลับมีด!!!!!
(สงสัยคงได้ทำเสร็จพรุ่งนี้)
จากคำให้การณ์ของสามีดิฉัน ป้าแมรี่ทำอาหารเก่งมาก ตอนนี้ทำงานเป็นแม่ครัวทำอาหารกลางวันให้เนอเซอรี่แถวบ้าน
(ไม่รู้สงสารหรือดีใจกับเด็กด้วยดี)
แค่น้ำซุป ป้าแมรี่เริ่มจากเคี่ยวน้ำซุบจากปลา และสาหร่าย
(ถ้าเทียบเป็นไทยก็ เคี่ยวน้ำสต๊อก น่าจะเหมือนกัน)
(ป้าแมรี่ไม่ใช้น้ำซุปสำเร็จรูป เช่น คนอร์ อาจิโนะโมโตะ ป้าแมรี่บอกว่าไม่ดี แต่อร่อยนะ เอ๊ะยังไงของป้า)
แล้วอยู่ดีๆป้าแมรี่ก็ถามว่า ทำไมแนนจังขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจอะไรถามได้เลยนะ
แนนจัง คือดิฉันเอง ป้าแมรี่ชวนทุกคนเข้าตระกูลจัง
แม่โทโมะก็ได้ตำแหน่ง ยูกิจัง ไป
แนนจังไม่กังวลได้อย่างไร มาริจัง ทำกับข้าวไปกินเหล้าไปด้วย!
ไม่ธรรมดา
ป้าแมรี่บอกว่า "ป้าไม่เมา แต่ทำไมเติมโชยุเท่าไหร่ก็ไม่เค็มซักกะที สงสัยโชยุเก่า"
.
.
.
แนนจังชิมแล้ว นึกว่าป้าแมรี่ต้มน้ำทะเลอยู่นะคะ
(สรุป อาหารชามนั้น พอป้าแมรี่กลับ แนนจังกับยูกิจังแอบเติมน้ำเพิ่ม1หม้อนะคะ เค็มเกิ๊น)

ชามต่อไป ป้าแมรี่จะสอนทำยำแมงกระพรุน
ชอบมากกกกกกกก ชามนี้ตั้งใจดูเป็นพิเศษ แทบจะถ่ายวีดีโอไว้ศึกษาเลยทีเดียว
แต่ป้าแมรี่บอกห้ามถ่าย
"เดี๋ยวมีวีดีโอป้าหลุดในอินเตอร์เนท ไม่ดีๆ"
.
.
.
(แกล้งเป็นฟังไม่ออก  เฉไฉไปแบบกริบๆ)
จากเทคนิคป้าแมรี่
ป้าแมรี่บอกว่า ให้เอาน้ำร้อน ราดไปที่แมงกระพรุน จะได้แมงกระพรุนเคี้ยวกรุบๆอร่อยๆ แต่อย่าร้อนไปนะ ไม่งั้นแมงกระพรุนจะหดตัวเยอะเกิน
แล้วป้าแมรี่ก็ตั้งหม้อ ต้มน้ำปุดๆไป
ระหว่างที่รอน้ำร้อน ก็เลยชวนป้าคุย
แนนจัง "มาริจัง มาริจัง... น้ำร้อนซักประมาณไหนถึงจะดีคะ ถึงจะได้แมงกระพรุ่นเคี้ยวกรุบๆอร่อยๆ"
ป้าแมรี่จิบเหล้า1อึกแล้วไม่ลังเลโลเลอะไรทั้งสิ้น เอามือจุ่มเข้าไปในหม้อน้ำร้อน!! ที่กำลังตั้งไฟ ควันฝุดๆปุดๆขึ้นมาแล้วด้วย!!
ป้าแมรี่ "อืม ร้อนประมาณนี้แหละ กำลังดี"
แล้วป้าก็ยกหม้อ ราดน้ำลงไปที่แมงกระพรุน
.
.
.
ปีหน้ากูไม่เอามือกูจุ่มลงไปในหม้อนั้นแน่นอน แสรดดดดดดดดด
จากคำให้การณ์ของโทโมะ
(โทโมะ สามีของแนนจังเองค่ะ^^)
โทโมะบอกว่า "มาริจัง เป็นผู้หญิงเก่ง และมีความอดทนสูง"
กูว่า...อดทนสูงไม่ธรรมดานะ ผู้หญิงคนนี้

สรุป ยำแมงกระพรุนอร่อย ถ้ามีพริกหน่อยก็จะดี^^
และ มือป้าแมรี่ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
และ ป้าแมรี่เอาเบียร์กลับไปอีก2กระป๋อง ดื่มกลางทาง